• Home
  • Case Studies
  • “งบน้อยต่อยหนัก” 4 เคล็ดลับจากแม่ค้าวัยใส เจ้าของร้านรองเท้าออนไลน์เงินล้าน

“งบน้อยต่อยหนัก” 4 เคล็ดลับจากแม่ค้าวัยใส เจ้าของร้านรองเท้าออนไลน์เงินล้าน

TIPTOESHOP

สำหรับคนอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ติดตรงที่ไม่มีเงินลงทุน ตั้งใจอ่านบทความนี้ให้ดี เพราะนี่คือธุรกิจร้านรองเท้าออนไลน์ที่เริ่มต้นด้วยเงินลงทุน 0 บาท ก่อตั้งโดยนักศึกษาปี 1 ที่อยากหาอะไรทำในช่วงปิดเทอม ปัจจุบันมียอดขาย 600 – 1,000 คู่ ต่อเดือน

ร้านรองเท้าออนไลน์แห่งนี้มีชื่อว่า TIPTOESHOP เจ้าของธุรกิจคือ “น้องเฟิร์น” ลลิตา พิริยมานันท์ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร

เหตุผลของการสร้างธุรกิจนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่า “หาอะไรทำเล่นๆ” แต่เกือบ 3 ปีผ่านไป TIPTOESHOP กลายเป็นธุรกิจที่ช่วยให้เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งพึ่งพาตัวเองได้ และมีเงินทุนไปต่อยอดอนาคต

ความสำเร็จเล็กๆ ของ TIPTOESHOP เกิดขึ้นได้ด้วยต้นทุนการทำตลาด 0 บาท มาติดตามเคล็ดลับทั้ง 4 ข้อจากน้องเฟิร์นไปพร้อมๆ กันได้ที่นี่เลย

1. สะสมกำไรจากธุรกิจที่ไม่ต้องใช้ต้นทุน

จุดเริ่มต้นของ TIPTOESHOP คือธุรกิจรับพรีออเดอร์รองเท้าที่เปิดให้บริการใน LINE Shop ช่องทางการขายที่เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการในเวลานั้น เท่ากับว่าต้นทุนด้านสินค้าคือ 0 บาท และต้นทุนสำหรับทำการตลาดก็คือ 0 บาท เพราะโปรโมทร้านด้วยฟังก์ชั่นของ LINE Shop ที่ไม่คิดค่าบริการ

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีหน้าร้านออนไลน์ที่เปิดให้เข้ามาใช้ฟรีเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ต้องลงทุนก็คือ “เวลา” เพราะ ต้องเรียนรู้วิธีทำการตลาดในช่องทางนั้นๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำกำไรสะสมต่อเนื่อง

ในกรณีของ TIPTOESHOP ใช้เวลา 1 ปี ขายแบบพรีออเดอร์บนช่องทางที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อได้กำไรมากพอ จึงเริ่มเปลี่ยนมาเป็นการขายแบบพร้อมส่ง

สำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาวิธีทำธุรกิจแบบไม่มีต้นทุนในลักษณะนี้ อาจจะต้องศึกษาวิธีพรีออเดอร์สินค้าจากต่างประเทศเข้ามาขาย โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งในปัจจุบันก็มีสินค้าหลายๆ แบบให้เลือกพรีออเดอร์ ไม่ได้มีแค่สินค้าแฟชั่น

2. เพิ่มช่องทางการขาย และจำนวน Follower บนโซเชียลมีเดีย

ข้อดีของการทำธุรกิจออนไลน์ก็คือ มีช่องทางการขายให้เลือกใช้มากมายโดยไม่ต้องจ่ายหนัก โอกาสที่คนจะเห็นสินค้าของเราก็มีมากขึ้น ในกรณีของ TIPTOESHOP แม้จะเริ่มต้นจาก LINE Shop แต่ในเวลาต่อมาก็ขยับขยายไปใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการขายด้วย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การทำตลาดสำหรับแต่ละช่องทางจะแตกต่างกันออกไป

นอกจากโซเชียลมีเดียแล้ว
เครื่องมือที่น้องเฟิร์นแนะนำว่า
ทุกธุรกิจควรใช้ก็คือ LINE Official Account
เพราะสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง

ทุกครั้งที่ยิงโปรโมชั่นผ่านการ Broadcast โอกาสที่จะปิดการขายก็มีมากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่จะลืมไปไม่ได้ก็คือ ต้องหาทางเพิ่มจำนวน Follower ใน LINE Official Account

เคล็ดลับในการเพิ่มจำนวน Follower ของ TIPTOESHOP ก็คือ การทำให้ LINE Official Account เป็นช่องทางสำหรับโปรโมชั่นที่พิเศษจริงๆ เพื่อให้ลูกค้าเห็นประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ และลดโอกาสที่จะถูกบล็อก รวมทั้งลงรูปสินค้าสวยๆ บนไทม์ไลน์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ภาพรวมของ TIPTOESHOP ดูแอ็คทีฟอยู่ตลอดเวลาบน LINE Official Account

การเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ ยิ่งมากก็ยิ่งดี และต้นทุนก็ยังต่ำมาก ถ้าเทียบกับการเปิดร้านและขยายสาขา แต่สิ่งสำคัญก็คือ หน้าตาของธุรกิจในแต่ละช่องทางจะต้องเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีวิธีทำการตลาดสำหรับแต่ละช่องทางอย่างเฉพาะเจาะจง

3. ให้เน็ตไอดอลช่วยโปรโมทสินค้า โดยไม่ต้องใช้เงิน

น้องเฟิร์นเล่าว่า เธอมักจะอัปเดตตัวเองอยู่เสมอว่าในตอนนี้ “ใคร” ได้รับความสนใจของคนในโลกออนไลน์ ซึ่งก็จะเน้นไปที่ผู้หญิงวัยรุ่น เพราะเป็นตัวแทนของคนที่ใช้สินค้าของ TIPTOESHOP ได้จริง

จากประสบการณ์ส่วนตัวของน้องเฟิร์น เธอบอกว่า การใช้เน็ตไอดอลช่วยโปรโมทสินค้า อาจไม่จำเป็นต้องจ้างด้วยเงินเสมอไป เพราะเธอจะเริ่มจากการเข้าไปพูดคุยเพื่อส่งรองเท้าไปให้ใส่แบบฟรีๆ แลกกับการให้ลงรูปและแท็กชื่อร้าน

เคล็ดลับส่วนตัวของน้องเฟิร์นก็คือ ทำให้การพูดคุยกับเน็ตไอดอลดูเป็นธุรกิจน้อยที่สุด เพราะทำให้คุยกันง่ายขึ้น และยั่งยืนมากขึ้น

การใช้เน็ตไอดอลมาช่วยโปรโมทจะได้ผลมาก โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น บ่อยครั้งที่มีการแท็กกลับมาที่แอคเคาท์ TIPTOESHOP ก็จะผ่านสายตาของคนจำนวนมาก และมีจำนวน Follower เพิ่มมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียเงินโฆษณาแม้แต่บาทเดียว

อย่างไรก็ตาม กรณีแบบนี้จะเวิร์คก็ต่อเมื่อเน็ตไอดอลเหล่านั้นมีความชื่นชอบในตัวสินค้า หรือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของธุรกิจนั่นเอง

4. โปรโมทด้วยรีวิวจากผู้ใช้งานจริง

จากประสบการณ์ขายรองเท้าออนไลน์เกือบ 3 ปี น้องเฟิร์นเห็นว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดคือ ความจริงของสินค้า ซึ่งคำว่า “จริง” ในที่นี้ก็คือ ภาพการใช้งานสินค้าจริงๆ จากลูกค้าคนอื่นๆ ไม่ใช่รูปที่ร้านถ่ายเองเพื่อโปรโมท สินค้า

เหตุผลก็คือ มันทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เมื่อเห็นการใช้งานจริงก็จะเห็นภาพว่าเหมาะกับสไตล์ของตัวเองหรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น ที่ต้องอาศัยการมิกซ์แอนด์แมชต์เพื่อความสวยงาม

สิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการรีวิวสินค้าจากลูกค้าตัวจริงก็คือ การแจกส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งต่อไป แลกกับการรีวิวสินค้า ซึ่งในกรณีของ TIPTOESHOP จะแจกส่วนลด 5% โดยไม่ลืมที่จะใช้ฟีเจอร์ Rewards Cards หรือบัตรสะสมแต้มใน LINE Official Account เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ

โดยปกติแล้ว น้องเฟิร์นจะใช้ LINE Official Account แชทไปหาลูกค้า เพื่อสอบถามความพึงพอใจ และขอให้ถ่ายรูปเพื่อรีวิวสินค้า แลกกับการให้ส่วนลด 5% สำหรับการซื้อครั้งต่อไป ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เงินมากมาย แต่เงื่อนไขก็ง่ายมากซะจนไม่อาจปฏิเสธ

นอกจากนี้ การพูดคุยผ่าน LINE Official Account เพื่อขอฟีดแบ็คจากลูกค้า ยังเป็นการแสดงความใส่ใจในบริการ สร้างความรู้สึกดีๆ กับลูกค้า และช่วยเพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำอีกด้วย

ส่วนลดแค่ 5% แลกกับโอกาสในการได้ลูกค้าใหม่ และร้านได้รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมาโปรโมทต่อ ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับธุรกิจงบน้อยแต่อยากต่อยหนัก

จากเคล็ดลับทั้ง 4 ข้อที่ว่ามา จะเห็นว่าหลักๆ แล้วก็คือมองหากลุ่มลูกค้าที่แท้จริงของธุรกิจให้เจอ และหาช่องทางเข้าถึงคนกลุ่มนั้นด้วยวิธีที่รวดเร็วที่สุด โดยไม่ลืมที่จะทำให้พวกเขาอยู่กับธุรกิจของเราไปนานๆ

ไม่ว่าจะเป็นการใช้กลุ่มบุคคลที่กลุ่มเป้าหมายใช้เป็นต้นแบบมาช่วยโปรโมท เพื่อให้กลุ่มคนที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าได้รู้จักร้านของเรา รวมไปถึงการใช้ LINE Official Account เพื่อบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยเติมความครบเครื่องให้แผนการตลาด ด้วยต้นทุนต่ำกว่าที่คิด